[วาว่าพาเที่ยว] เที่ยว Wakayama Part II – NachiKatsuura แช่ออนเซนริมทะเล ชิมปลามากูโร่จากแหล่งจับ

ต่อจากตอนที่แล้ว >>>>> [วาว่าพาเที่ยว] เที่ยว Wakayama Part I – ขึ้นรถไฟธีมเยี่ยม Tama และ Nitama แมวนายสถานีรถไฟ


 

หลังจากตอนที่แล้วที่เราได้ไปเยี่ยมน้องแมวในเมืองมาแล้ว ในตอนนี้ยังคงอยู่ในวากายาม่า โดยจะเดินทางไปยังนอกเมือง เพื่อลงแช่ออนเซนในถ้ำริมทะเล และเที่ยวตลาดปลา ชิมปลามากูโร่สดๆ จากแหล่งจับปลามากูโร่หลักของญี่ปุ่น ที่เมือง Katsuura 

NachiKatsuura

wakayamamap
| web-japan.org

NachiKatsuura (นาจิคัสซึอุระ) อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัด Wakayama ติดกับทะเล ในคาบสมุทร Kii ที่นี่ถือเป็นแหล่งจับปลามากุโร่ที่สำคัญของญี่ปุ่น เป็นแหล่งออนเซน และมีสถานที่ท่องเที่ยวมรดกโลกอีกด้วย โดยสามารถนั่งรถไฟ JR จาก Wakayama ไปประมาณ 3 ชั่วโมง หรือ 4 ชั่วโมงจากโอซาก้า

ทำไมถึงเลือกมาเที่ยว Nachi Katsuura ?

จริงๆแล้วจุดเริ่มต้นของผมจริงๆ ที่ทำให้สนใจจะเดินทางมาที่จังหวัดวากายาม่า ก็เพราะได้เห็นภาพเจดีย์สีสด ที่ด้านหลังเป็นน้ำตกสูงท่ามกลางป่า ทำให้ตอนนั้นรู้สึกแว่บเข้ามาเลยว่า อยากจะมาที่นี่ให้ได้เลย หลังจากอ่านรีวิว และศึกษาข้อมูล ก็พบว่าน้ำตกนั้นคือน้ำตกนาจิ (Nachi)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ด้วยว่ามันไกลมาก และเสียเวลาในการเดินทางเยอะมากทีเดียว ผมเกิดคำถามในใจว่าไปแล้วจะคุ้มมั้ยกับการเดินทาง แต่ด้วยความที่ครั้งนี้ผมเดินทางคนเดียว เลยตัดสินใจไปเองได้ง่ายๆว่า  เอาวะ ถึงจะเสียเวลามาก หรืออาจจะไม่คุ้ม แต่จะได้ไม่เหลืออะไรให้คาใจอีกครับ ซึ่งผลปรากฎว่าผมชอบที่นี่มาก เรียกว่าเป็นรูทที่ประทับใจที่สุดที่นึงของทริปเลยครับ ที่เมืองเงียบๆที่นี้ ทำให้ผมเซอร์ไพร์สได้หลายอย่างทีเดียว

เดินทางไป NachiKatsuura

ผมออกเดินทางต่อ หลังจากไปหาเจ้าทามะ โดยเริ่มจากสถานี Wakayama ไปยังสถานี KiiKatsuura ครับ ด้วยรถไฟ JR ขบวน LTD. ESP. Kuroshio

kuroshio

ครับ ประมาณ 3 ชม. รถไฟญี่ปุ่นแบบ LTD. EXP ที่นั่งสบายอยู่แล้ว ยาวๆไปเลย พอดีช่วงเข้าใบไม้ผลิ ขอลอง Sakura Latte จาก Starbucks Discoveries นิดนึงครับ

อ้อสำหรับเส้นทางนี้ Pass ที่ใช้ได้ตอนนี้น่าจะมี 3 ตัวนะครับตามนี้ Pass อื่นๆใช้ไม่ได้นะ เออ
– JR rail pass
– JR Kansai Wide Area Pass
– JR Kansai-Hiroshima Area Pass

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หลังจากผ่านโซนเมืองไปแล้ว ในช่วงชั่วโมงสุดท้ายรถไฟเส้นนี้จะวิ่งเลียบทะเลไปเรื่อยๆ วิวสวย เพลินตามาก

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หลังจากหลับๆตื่นๆ 3 ชั่วโมงผ่านไป ก็มาถึงสถานี KiiKatsuura ผมลงบันไดมาจะเจอ Tourist information อยู่ตรงข้ามพอดี เข้าไปสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรม และจุดท่องเที่ยวในวันรุ่งขึ้นที่ตลาดปลา และน้ำตก Nachi เจ้าหน้าที่ก็ให้แผนที่ และเอกสารมาครบถ้วน ด้วยการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างเข้าใจได้ง่ายครับ จะมีนิดหน่อยที่เค้านึกคำไม่ออก ก็ได้สาวชาวญี่ปุ่นข้างๆที่มาเที่ยวเหมือนกันช่วยแปลให้บ้างเล็กน้อย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
| แหล่งมากูโร่ล่ะ สัญลักษณ์ชัดเจน

เมืองนี้เล็กนิดเดียวจริงๆครับ ระยะเดินแป๊บเดียวก็ทั่วเมืองแล้ว หลังจากสอบถามทางไปโรงแรมเรียบร้อย ผมก็ออกเดินมา แค่เพียงเข้าถนนหลักไปจนสุด เดินเพียงแป๊บเดียวก็ถึงท่าเรือริมทะเล ซึ่งตรงนี้ผมก็ได้พบกับเซอร์ไพร์สแรกที่มาต้อนรับ นั่นคือ ออนเซนสาธารณะริมทะเล สำหรับแช่มือ และแช่เท้า แช่ได้ฟรีๆเลย ตอนนั้นอากาศก็หนาวๆพอดี บวกกับความล้าๆมาจากการเที่ยวมาหลายวันเจอการต้อนรับแบบนี้ บอกเลยว่า แฮปปี้มากกกกก


OLYMPUS DIGITAL CAMERA
| ออนเซนสำหรับแช่มือ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
| ออนเซนสำหรับแช่ขา อากาศเย็นๆ นั่งแช่ขาไป มองทะเลไป ฟินอยู่นะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ที่พักแนะนำสำหรับ NachiKatsuura

จากการอ่านรีวิวมาบ้าง ผมพบว่าที่นี่ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงครับ และโรงแรมชื่อดังของที่นี่คือ Urashima Hotel ที่กรุ๊ปทัวร์มักจะพาไปพัก เนื่องจากเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ มีออนเซนริมทะเล มีบุฟเฟ่ต์อาหารเย็นพร้อมโชว์แล่ปลาดิบสดๆครับ


img_main01
| hotelurashima.co.jp

ส่วนตัวเองก็สนใจที่จะได้ลงแช่ออนเซนในถ้ำริมทะเลที่นี่ แต่เมื่อดูราคาแล้ว เหมือนจะไม่มีสำหรับการเข้าพักคนเดียว ต้องจ่ายสำหรับห้อง 2 คนในการเข้าพักคนเดียว ขอไม่สู้ดีกว่าครับ ก็เลยลองหาที่อื่นดู จนมาเสี่ยงเลือกโรงแรมสไตล์เรียวกังอยู่ตรงแถวๆท่าเรือ ชื่อว่า Mankikatsuura Onsen Manseirou หรือเรียกว่า มันเซโร่ ก็ได้ ด้วยว่าอย่างน้อยก็มีออนเซนให้แช่ละกัน แม้ว่าจะไม่เคยเห็นรีวิวมาก่อน

ผมได้ราคามาตามด้านล่างจาก Rakuten Travel สำหรับพัก 1 คืน 1 ท่าน รวมอาหารเช้า  อ้อต้องบวกภาษีออนเซนเพิ่มอีก 150 เยน รวมเป็น 7,200 เยนครับ โดยส่วนตัวได้ราคานี้ก็ถือว่าโอเคแล้วนะกับการเข้าพักแบบเรียวกัง

manseiro

Manseirou ของผมอยู่ห่างจากออนเซนสาธารณะเพียงไม่กี่ก้าว หลังจากกดปุ่มเปิดประตูเลื่อนอัตโนมัติ ผมก้าวเข้าไป ภายในดูดีทีเดียว ผมคิดในใจว่าเราน่าจะเลือกไม่ผิดนะ มองเข้าไปเห็นชั้นวางรองเท้าที่ทางเรียวกังติดชื่อผมเอาไว้ ก็พอจะเข้าใจได้ด้วยตัวเองว่าให้ถอดรองเท้าใส่ในช่องนี้ และเปลี่ยนเป็นรองเท้าที่เค้าเตรียมไว้ให้ จากนั้นก็ทำการเชคอินที่เคาท์เตอร์ คุณพนักงานผู้ชายหน้าดีในแบบมาตรฐานญี่ปุ่น พูดด้วยน้ำเสียงและท่าทางนอบน้อมด้วยภาษาอังกฤษแบบไม่คล่องนัก แต่สามารถสื่อสารเข้าใจได้ดี

หลังจากคุยไปได้แป๊บนึงเขาเอ่ยกับผมว่า “May I speak japanese? = ขอพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ไหม”
ผมเดาว่าเพราะผมเสร่อทำตัวรู้ดีตอบบางคำถามเป็นภาษาญี่ปุ่นเช่น ไฮ่ ไฮ่ (น่าจะแค่นี้เองนะ)
“Sorry ไม่ได้ครับ” ฮ่าๆๆๆ ขอโทษด้วยที่ผมเรียนมาน้อย และทิ้งไปนาน

หลังจากเลือกเวลาอาหารเช้าของพรุ่งนี้แล้ว คุณพนักงานก็พาไปที่ห้องพักชั้น 2 และอธิบายทุกอย่างอย่างครบถ้วน ซึ่งทำให้ผมเซอร์ไพร์สอีกอย่างว่า ที่เรียวกังนี้อยู่ในเครือเดียวกันกับ Urashima Hotel นั่นเอง และผมสามารถไปแช่ออนเซนที่นั่นได้ฟรี

ว้าว…โชคดีอะไรอย่างนี้นะ..อาริกาโตะโกซัยมัสสึ นะครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ห้องพักก็สวยงาม สะอาด กว้างขวาง ห้องน้ำก็มีในตัว ขนาดกว้างกว่าพวก Business Hotel ในเมืองเยอะ แม้ว่าแทบไม่ได้ใช้ตาม  แล้วในห้องก็ยังมีชุดน้ำชา และขนมที่เป็น OTOP ของที่นี่ให้กินเล่นด้วย (อร่อย) แต่ก็แปลกที่เค้าปูฟูตอง(ฟูกนอน)ไว้ให้แล้ว อาจจะเพราะว่าผมพักคนเดียวเลยมีที่เหลือ รวมถึงผมก็ไม่ได้จองอาหารเย็นกับที่นี่ด้วยมั้งครับ (ปกติทางเรียวกังจะย่องมาจัดที่นอนให้ในช่วงที่ลูกค้ารับประทานอาหารเย็น)

 

หลังจากพักผ่อนซักนิด ก็ได้เวลาที่จะออกไปฟินกับการแช่น้ำร้อนซักที การจะไปยังโรงแรม Urashima เราจะต้องนั่งเรือ(ฟรี)ไปจากท่าเรือซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ Manseirou พอดี เรือก็จะเป็นรูปเต่า รูปปลาแบบนี้ล่ะครับ แต่ตรงท่านี้มีเรือไป 2 โรงแรม โดยก่อนขึ้นเรือ คุณลุงคนขับเรือก็จะคอยคัดกรองคุณอยู่แล้ว ขอเพียงคุณรู้ตัวว่าเป้าหมายคุณคือ Urashima ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็ถึง และรอบเรือก็มีตลอดยันดึก ไม่ต้องกังวล แค่รอบดึกอาจจะรอบน้อยหน่อยเท่านั้น (ที่เรียวกังก็จะมีตารางเรือให้ รวมถึงแผนที่ของ Urashima hotel เช่นกัน)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

แล้วเค้าจะรู้ได้ยังไงว่าเรามาจาก Manseirou?

วิธีการก็คือ ในห้องพักจะมีถุงพลาสติกสีเขียวหนึ่งใบ ซึ่งใส่ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กเอาไว้ คุณพนักงานบอกผมว่ามันคือ Pass ก็แค่นั้นล่ะครับ ถุงเขียวที่ไม่พิมพ์ลายใดใด คือใบเบิกทางของเรา หรืออีกทางหนึ่งก็คือใส่ชุดยูกาตะของเรียวกังไป ซึ่งจะมีลายของเรียวกังอยู่แล้วครับ แต่ผมกลัวว่ามันจะหนาวเกินไปที่จะใส่ชุดแบบนี้ออกไปเดิน เลยเลือกจะเดินโชว์ถุงเขียวหราไปทั่วแทน

อย่างที่บอกว่า Urashima Hotel นั้นเป็นโรงแรมใหญ่มาก มากในแบบที่ต้องแจกแผนที่กันเลย แต่มีตัวช่วยด้วยการตีเส้นทางเดินเป็นสีต่างๆ สีที่ต่างกันนั้นก็จะพาไปยังบ่อน้ำร้อนคนละบ่อ โดยที่นี่มีบ่อออนเซนอยู่ 6 บ่อ บ่อที่เด็ดสุดของที่นี่น่าจะเป็น Boki-Do Cave  ซึ่งเป็นออนเซนที่อยู่ในถ้ำ พร้อมกับวิวทะเล ภายในถ้ำขนาดใหญ่โตนี้ก็มีบ่อย่อยๆ 4 บ่อ เดินเวียนแช่เปลี่ยนบรรยากาศกันไปครับ แช่ไปฟังเสียงคลื่นไป บางทีก็มีน้ำหยดลงมาจากเพดานถ้ำ บรรยากาศดีมากกกกกกกกก แบบขอขีดเส้นใต้

img_boukido
| Boki-do cave ภาพจาก hotelurashima.co.jp

 

Note: ผมทราบมาทีหลังว่า คุณสามารถใช้บริการออนเซนที่นี่ได้แม้ไม่ได้พัก Urashima หรือ Manseiro โดยคิดค่าบริการ 1,000 เยน ดังนั้นถ้าคุณไม่ได้พักในเครือ Urashima และไม่มีน้ำร้อนให้แช่ ผมก็แนะนำให้มาแช่น้ำที่นี่นะครับ

ชิมมากุโร่สดๆจากแหล่งจับปลา

เมาท์ซะเยอะครับ หลังจากนั่งเรือกลับเข้าฟาก ก็หิวโซเลย เนื่องจากผมไม่ได้ซื้อมื้อเย็นกับทางเรียวกัง จึงขอรับคำแนะนำจากคุณพนักงานคนเดิม เค้าจึงได้ควักโบรชัวร์ใบใหญ่ออกมา ทาด้าาา!!!

20150813_115235 20150813_115342

จากที่ได้เกริ่นไว้ว่าที่นี่เป็นแหล่งจับมากุโร่ที่สำคัญ ในเมืองนี้จึงเต็มไปด้วยร้านอาหารที่เน้นปรุงจากมากุโร่ ที่เมืองนี้จึงได้จับจุดมาโปรโมท โดยเค้าได้จัดทำลิสต์ของร้านอาหารทั้งหมด โดยบอกรายละเอียดที่ตั้ง เวลาเปิดปิด เชฟของร้าน ราคาของเมนูแนะนำ ทั้งหมดเกือบ 40 ร้าน และยังมีให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับส่วนต่างๆของปลามากุโร่ด้วย (แต่อ่านไม่ออก)

คุณพนักงานของผมนั้นจัดว่า”ไฮเพอฟอแมนซ์”มากๆ เค้าเริ่มจากสแกนว่าร้านไหนที่ปิดในวันนั้น แล้วจึงกากบาททิ้ง จากนั้นจึงวงกลมร้านที่แนะนำให้ผม ยังครับ ยังไม่พอ คุณเค้ายังแถมร้านนอกโบร์ชัวร์ให้อีก 1 ร้านอีกต่างหาก (คลิกดูภาพใหญ่ด้านล่างได้นะ ถ้าจะตามไปกิน)

พนักงานดีเด่น ทางเราประทับใจกับการบริการของนายจริงๆ

20150813_115332 20150813_115314

เข้าใจว่าทั้งหมดคงเป็นร้านในลักษณะอุตสาหกรรมครัวเรือนนะครับ ผมเลือกมั่วๆเอาที่ร้านเบอร์ 31 ในแผนที่นักกิน แอบส่องกระจกช่องใสเล็กๆก่อน เห็นมีลูกค้าอยู่หลายโต๊ะ ทั้งๆที่บนถนนทั้งเมืองนี่ เดินมายังไม่เห็นจะมีคนเลย ก็เลยเปิดประตูเข้าไป นั่งดูเมนูที่เคาน์เตอร์บาร์

มื้อนี้เลือก Set แนะนำ(เพราะมีรูปใหญ่โดดเด่น)ในราคา 1,500 เยน เป็น Set รวมปลามากุโร่ที่ปรุง 4 วิธีคือ แบบซาซิมิ แบบชุดเกล็ดขนมปังทอด แบบคลุกน้ำซอส และ แบบดิบที่ต้องนำไปย่าง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

“อร่อย” เท่าที่จำได้ตอนกินที่บ้านเรา ซาซิมิมากุโร่ เนื้อมันจะนิ่มๆยุ่ยๆหน่อย แต่ที่นี่กินวันนี้มันไม่เป็นแบบนั้นครับ มันแน่นไม่ยุ่ย คงเป็นเพราะความสดสินะ ส่วนอีก 3 แบบก็อร่อยเช่นกัน สุดท้ายเหลือไว้แต่ผักดอง แฮปปี้เจงเจงงงงงง

วันนี้ออกจะเป็นการพักผ่อนสบายๆ แต่ทุกอย่างนั้นน่าประทับใจไปซะหมดเลย คืนนี้จึงกลับที่พักนอนหลับ มีความสุขเป็นอย่างมาก รอเที่ยวพรุ่งนี้เต็มๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ในตอนหน้าจะพาไปเที่ยวตลาดปลา ชมการประมูลปลามากูโร่ในยามเช้า และไปเดินป่า เที่ยววัด ชมน้ำตก จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมอยากมาที่นี่ครับ

 


 

Vorajames

Love traveling and capturing memories via photos. My gears are Olympus Pen E-PL5 and Panasonic Lumix GF7